‘อย่าตกหลุมพรางความรุนแรง’ ปัญหาชายแดนใต้ในทัศนะ ‘อิมรอน มะลูลีม’

สโลแกนของ กอส. เรื่องความสมานฉันท์ ถือเป็นการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เวลานี้มีคนหลายกลุ่มเข้าใจผิดเกี่ยวกับมุสลิม เนื่องจากหลังวันที่ 11 กันยายน นโยบายเรื่องของผู้ก่อการร้ายกลายเป็นยุทธศาสตร์หลักในการกล่าวหามุสลิมทั่ว โลก การมองอะไรแบบนี้เป็นการมองที่ผิวเผิน เพราะหลักการของอิสลามจริงๆ เป็นเรื่องของสันติภาพ โดยส่วนตัว ผมว่าคนที่ชอบความรุนแรงและวิธีการที่ไม่ถูกต้องไม่น่าจะใช้คำเรียกว่า มุสลิม ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้ใครทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้สอนให้ทำลายล้าง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีในหลักการศาสนา

ศ.ดร.อิมรอน มะลูลีม รักษาการสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร และประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย แสดงทัศนะที่มีต่อสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ การแก้ไขปัญหา ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะผ่านคณะทำงานสื่อสารกับสังคม กอส. ไว้อย่างน่าสนใจ

กับดักแห่งความเกลียดชัง

ผมอยากจะประณามคนที่ทำให้ชาวมุสลิมเสียใจมากๆ ทั้งเรื่องการทำร้ายครูจูหลิง การทำร้ายพระ สิ่งเหล่านี้ไม่มีในหลักการศาสนา ผมเข้าใจว่าคนพวกนี้ต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้รัฐบาลปราบเขาให้ รุนแรงที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็จะไปอยู่ในสหประชาชาติ ไปอยู่ในโอไอซี เขาต้องการให้เรารู้สึกโกรธ เพราะทำวิธีอื่นแล้วรัฐบาลก็ยังใจเย็น เขาต้องการเร่งให้เรารู้สึกเกลียด โกรธแค้นเขา อย่างกรณีที่ตันหยงลิมอ เขาบอกว่า ถ้าฆ่าเขาทั้งหมู่บ้าน ปัตตานีก็จะแยกได้เร็วขึ้น นี่คือจุดประสงค์เขา ถ้าเราเดินไปก็จะหลงกล เขาต้องการให้เราปราบอย่างรุนแรง เขาจึงสร้างความรุนแรง

ผมมองเหตุการณ์นี้มานานพอสมควร เราต้องพยายามประชาสัมพันธ์พื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นประวัติศาสตร์ที่พวกเราซึ่งเป็นรุ่นลูกรุ่น หลานไม่มีความเกี่ยวข้อง ถ้าเรายังให้คนเหล่านี้ฝักใฝ่หมกมุ่นอยู่กับอดีตกาลที่ผ่านมา ปัญหานี้ก็จะไม่มีวันจบ ไทยกับพม่าก็จะยังรบกันต่อไป เขมรก็จะมาอ้างว่าประเทศไทยเป็นของบรรพบุรุษเขา อิสราเอลก็อ้างว่าบ้านเก่าเขาอยู่ในปาเลสไตน์ ผลที่เกิดขึ้นคือ ทุกวันนี้เรายังมองไม่เห็นสันติภาพ

เราต้องสอนให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักอดีต แต่ไม่ใช่เพื่อจดจำอดีตที่ขมขื่น ไม่ควรนำเหตุการณ์ในอดีตมาอ้าง ยุคสมัยมันผ่านไปแล้ว ขบวนการต่างๆ มันหมดไปแล้ว ทุกวันนี้มันเป็นขบวนการที่เกิดขึ้นจากการปลุกระดม ไม่ใช่ขบวนการที่ตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้ทางการเมือง

ลดช่องว่าง เพิ่มข้าราชการมุสลิม

บรรดาเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะทหารและตำรวจในจังหวัดชายแดนใต้ ถ้าเป็นลูกหลานของคนมุสลิม จะช่วยแก้ปัญหาได้เยอะกว่า เพราะว่าเขารู้ขนบธรรมเนียมประเพณี และมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ เมื่อรับหน้าที่แล้วคงไม่ปล่อยให้สิ่งที่ไม่ดีงามเกิดขึ้น รัฐบาลก็จะไม่ถูกครหาในการเข้าไปปราบปราม เราน่าจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เหล่านี้ให้มากขึ้น

ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นหากครูเป็นคนท้องถิ่น เนื่องจากเราปล่อยให้มีการสอบแข่งขัน โอกาสที่จะได้คนท้องถิ่นมาทำงานตรงนี้จึงทำได้ยาก ผมเห็นว่าทุกอย่างต้องมีข้อยกเว้น เหมือนกับที่เปิดโอกาสให้คนที่ไปเรียนที่ตะวันออกกลางมาเป็นข้าราชการ กระทรวงต่างประเทศโดยการสอบภาษาอาหรับโดยเฉพาะ กรณีแบบนี้เป็นข้อยกเว้นที่รัฐบาลต้องฉลาดในการทำให้เขารู้สึกมีส่วนร่วมใน การเป็นเจ้าของประเทศ อย่าให้เขารู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง หากแก้ปัญหา ต้องเอาคนท้องถิ่นมาเป็นครู ปัญหาเรื่องโจร ไม่ต้องไปตามจับใคร เพราะลูกหลานกันทั้งนั้น เราต้องเพิ่มจำนวนทหารที่เป็นมุสลิมให้มากขึ้น แล้วค่อยถอนตัวออกมา จะแก้ปัญหาได้ ขบวนการต่างๆ ในสมัยก่อนเขาแก่ตายกันหมดแล้ว กอส. บอกว่าจะแก้ปัญหาต้องใช้การเมืองนำ ผมว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าผมมีโอกาส ผมอยากเขาไปช่วย อย่าง พลเอกสนธิ ท่านมีความมุ่งมั่น ท่านเข้าใจปัญหามุสลิม เข้าใจวัฒนธรรมประเพณีมุสลิม แค่ครึ่งตัวก็สำเร็จแล้ว เพราะประชาชนจะมีอคติถ้าคนไปแก้เป็นคนต่างศาสนา

ปรับโลกทัศน์ พัฒนาการศึกษาคนพื้นที่

ผมต้องยอมรับว่า คนมุสลิมส่วนหนึ่งยังอ่อนแอในเรื่องการศึกษา และการศึกษาเพียงด้านหนึ่งด้านใดทำให้คนมองโลกแคบ ถ้าเราเริ่มต้นการศึกษาผิดมาตั้งแต่ต้นมันก็จะผิดไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง พวกตอลีบัน เขายึดติดอยู่กับอดีตและเข้าใจศาสนาเพียงมุมเดียว  คนพวกนี้ต้องได้รับการอบรมและเทรนหนักๆ เขามองศาสนาเป็นเรื่องของชีวิตจิตใจที่จะไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามามีส่วนร่วม แล้วเขาก็เข้าใจอยู่มุมเดียว วิธีคิดแบบนี้ทำให้เขาทำลายพระพุทธรูปของคนพุทธ แต่มองมุมกลับกันในอินโดนีเซีย เขารักษาโบราณสถานทางพุทธศาสนาเป็นอย่างดี หรือในอียิปต์ทางตอนใต้เขาก็รักษาเมืองเก่าไว้อย่างสวยงาม เราสามารถอธิบายให้คนทั้งหลายเข้าใจว่านี่คืออดีตที่รุ่งโรจน์ของปู่ย่าตา ยาย เมื่อเรามีการศึกษาด้านเดียว ความเป็นสากลนิยมไม่มี มันก็เป็นอันตราย

“การที่คนมุสลิมเรียนในด้านเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนปอเนาะ หรืออะไรก็ตามแต่ มันทำให้ความคิดของเขาแคบ พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้น นั่นคือชนวนของความรุนแรง เพราะเขามีสมมติฐานที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว นี่คือปัญหาหนึ่ง”

ผมฟันธงว่าปัญหาภาคใต้แก้ได้ เราต้องระดมกันทุกสาขา พื้นฐานหนึ่งคือเรื่องการศึกษา ต้องให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ต้องเปิดกว้างให้คนเข้าใจศาสนาในมุมกว้าง คนบางคนเข้าใจว่าการภักดีต่อพระเจ้าคือการนมัสการ การละหมาดวันละ 5 ครั้ง แต่ความจริงแล้วหลักการแพทย์หรือหลักการวิศวกรรมก็คือหลักการศาสนาเช่นกัน ท่านศาสดาบอกว่า ถ้าในตำบลหนึ่งไม่มีแพทย์ถือว่าบาปกันทั้งตำบล เพราะสมมติว่าคุณสุขภาพไม่ดี อ่อนแอ เจ็บป่วย แล้วไม่มีหมอรักษา แล้วคุณจะทำการนมัสการพระเจ้า จะทำละหมาดได้อย่างไร การเพาะพืชหรือการทำเกษตรกรรมก็เป็นเรื่องของศาสนา เพราะคุณต้องกินเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นวิชาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องขวนขวายเรียน มันเป็นสากลและเป็นศาสนา อย่าไปเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ศาสนา โน่นไม่ใช่ศาสนา คุณต้องมีชีวิตอยู่ จะคิดมุมเดียวไม่ได้ แน่นอนว่าคนที่กราบไหว้พระเจ้าทุกวันเป็นคนดี แต่ท่านศาสดาไม่ได้ทำอย่างนั้น คนดีในสังคมคือคนที่ไม่ทำชั่ว ไม่ยุ่งกับอะไร ทำละหมาดทุกวันตามหลักการ เรียกว่าคนดีที่ไม่มีประโยชน์ สังคมเรามีปัญหาเยอะ เราต้องเข้าไปช่วยแก้ปัญหา

แนวทางแห่งศาสดา วิธีการสมานฉันท์

ท่านศาสดาเองเวลาท่านอยู่ที่บ้านท่านก็เย็บรองเท้า ตากรองเท้า อยู่ตรงไหนก็ตามแต่ ท่านเป็นทั้งนักการเมือง นักการอื่นๆ ด้วย ท่านศาสดาบอกว่า “จงแสวงหาความรู้แม้ว่าจะไกลถึงเมืองจีน” จะเห็นว่าความรู้ทุกชนิดเป็นเรื่องของพระเจ้าหมดเลย นักวิทยาศาสตร์สมัยนี้ค้นพบในสิ่งที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้คิดขึ้นใหม่ เขาค้นพบในสิ่งที่มีอยู่แล้วซึ่งกลายเป็นความรู้และถูกตั้งเป็นทฤษฎี ถามว่าทำไมท่านศาสดาถึงสนับสนุนให้คนไปเมืองจีนทั้งๆ ที่เป็นมุสลิม เพราะความรู้ทุกชนิดเป็นที่ต้องการ

ในสงครามเวลารบกัน เวลาจับเชลยได้ แน่นอนว่าต้องโกรธแค้นกันทุกฝ่าย พวกนี้ต่างมีญาติพี่น้องที่ตายในสงคราม ทุกคนก็กระเหี้ยนกระหืออยากฆ่าเชลยเพื่อแก้แค้น ท่านศาสดาก็มีวิธีสมานฉันท์ ท่านบอกว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ทำแบบนี้จะได้แต่ความแค้นและความแค้นไม่มีวันจบสิ้น เอาอย่างนี้ ตกลงกัน เชลยคนไหนที่มีความรู้เรื่องการแพทย์ ให้มาสอนมุสลิม 5 คน แล้วปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เชลยคนไหนที่มีความรู้เรื่องเย็บปักถักร้อย เอามาสอนคนมุสลิม 5 คน แล้วปล่อยให้เขาเป็นอิสระ  เชลยคนไหนอ่อนแอก็ขังเขาไว้ระยะหนึ่งให้เขานึกถึงสิ่งที่ดีงาม ถ้าคุณเอาอารมณ์มาเป็นเครื่องตัดสินคุณจะแก้ปัญหาไม่ได้ การให้ความรู้ถึงสิ่งเหล่านี้จะยังประโยชน์ต่อไปในอนาคต

แต่การแก้แค้น เขาตายไปคุณก็ไม่ได้อะไรเลย ได้แต่ความเจ็บแค้น สะใจ ท่านศาสดาจะแก้ปัญหาแบบนี้มาตลอด ให้คนไปทำประโยชน์ เหมือนที่ศาลสมัยนี้ให้นักโทษไปทำประโยชน์ ไปบริจาคเลือด ไปดูแลสถานที่ต่างๆ นี่เป็นวิธีการสมานฉันท์

รัฐต้องกล้าเผชิญปัญหา

เรามีการคุยกันโดยตลอดในวงการศึกษาอิสลาม  แต่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้เวลา ผมเคยลงไปทำงานเรื่องการวางแผนครอบครัว เมื่อแรกๆ องค์กรศาสนาเข้าไปล้มเหลวหมดเลย อัตราการเกิดของประชากรภาคใต้สูงมาก เวลาพัฒนาประเทศเราต้องควบคุมอัตราการเกิดให้อยู่ในระดับพอดี โครงการนี้คนภาคใต้ส่วนใหญ่ไม่รับ เพราะเขามองว่าจะมาควบคุมไม่ให้พวกเขาเกิด เกิดความไม่ไว้วางใจบนพื้นฐานที่แตกต่าง เวลาเจ้าหน้าที่เข้าไป ขาวบ้านไม่มีความรู้ เขาศรัทธาโต๊ะครู ไม่ได้ศรัทธาหมอ ผมเข้าไป เชิญคณะกรรมการอิสลามไปประชุม คุยกันว่าในหลักการศาสนาตรงไหนที่มีข้อยกเว้นหรืออนุโลมได้บ้าง อธิบายให้เขาเข้าใจ และไม่ใช่แค่ไปถึงแล้วบอกว่าอันนี้ดี มันไม่พอ คุณต้องสร้างความเป็นเพื่อน คุณต้องอธิบายหลักการด้วยปาก เชิญผู้มีความรู้มาถกมาคุยกัน ต้องชี้แจงให้รู้เรื่อง คุณต้องละเอียดอ่อนในเรื่องศาสนา ทำให้เขารู้เจตนาว่าเราต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตไม่ใช่มาควบคุมการเกิด

“ผมอยากจะให้ทางฝ่ายรัฐกล้าหาญ คำถาม-คำตอบ ที่ท่านจุฬาราชมนตรีเคยตอบในสมัยก่อน เช่นเรื่องการทำความเคารพในสถานที่ รูปเคารพ ท่านจุฬาเคยฯ ตอบให้ฟังว่าอย่างนี้ทำได้ไหม อย่างนั้นทำได้ไหม คำถามคำตอบเหล่านั้นรู้สึกว่าไม่ได้รับการตอบรับ ควรจะเผยแพร่เพื่อให้รู้ว่าสิ่งไหนที่คนมุสลิมทำได้หรือทำไม่ได้ เช่น ประเพณีไหว้ครู การร้องเพลง ฯลฯ เราต้องกล้าหาญ ผมรู้สึกว่าทางราชการไม่กล้าหาญที่จะเผชิญกับปัญหา การจะแก้ปัญหาได้ต้องยอมรับในเรื่องเหล่านี้ก่อน มิฉะนั้นเราจะแก้ปัญหาไม่ได้เลย”

รายงานกอส. ข้อเสนอลดความรุนแรง

สำหรับรายงาน กอส. ผมว่าเขาเขียนได้ครอบคลุมทุกอย่าง ข้อเสนอต่างๆ ผมเห็นด้วยกับทุกข้อ ส่วนที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับแนวคิดของรัฐบาล แนวคิดของคุณทักษิณเป็นแนวคิดของตำรวจ เหมือนกับการฆ่าตัดตอนในการปราบยาเสพติด เขาเชื่อว่าความรุนแรงมันต้องโต้ด้วยความรุนแรง ความผิดพลาดส่วนหนึ่งเกิดจากการคิดแบบตำรวจ และเขาก็ไม่เชื่อคนอื่นนอกจากพวกของตัวเอง

ข้อเสนอที่มีการใช้กฎหมายเฉพาะในพื้นที่เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน เพราะเขามีลักษณะเฉพาะของกลุ่ม กฎหมายที่มีอยู่ก็ดีอยู่แล้ว แต่ในบางกรณีน่าจะไกล่เกลี่ยกันได้ ไม่จำเป็นต้องไปขึ้นศาลใหญ่ ในอิสลามจะมีกฎหมายเฉพาะตัวอยู่ ผมอยากให้มีศาลซารีอะห์ จริงๆ แล้วการตั้งใช้งบไม่มาก จังหวัดไหนมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 38 จังหวัด ให้เขามีศาลซารีอะห์ให้หมด ให้ดูแลเรื่องมรดก เรื่องหย่าร้าง เรื่องปัญหาครอบครัว ฯลฯ น่าจะมี ไม่ควรจะไปเลือกปฏิบัติให้มีแต่ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ในขณะที่มีประธานกรรมการกลาง 38 จังหวัด มีคนมุสลิมอีกไม่น้อยในหลายๆ จังหวัด ทำไมให้มีแต่ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้

ผมยอมรับว่าคนพุทธเป็นคนที่ให้อภัยสูง แต่คนมุสลิมเขาไม่ใช่ คุณไปทำอะไรกับเขา เขาคิดบัญชีหมด จะช้าหรือเร็ว สังเกตตรงไหน เวลาเขาฝังศพเขาฝังรวม ไม่แยก เขาถือว่าคนพวกนี้ตายในสงคราม เขาไม่อาบน้ำศพ แสดงว่าเขาแค้น แต่เขาไม่พูดให้รู้ ถ้าฝังศพเดียวนั่นคือการตายอย่างปกติ แต่ถ้าฝังรวมนี่คือสงครามศาสนาแล้ว สัญลักษณ์ตรงนี้อันตราย มันคือการประกาศสงครามศาสนา แต่เขาไม่พูดออกมาให้รู้

ปัญหาสังคมเกิดขึ้นในประเทศใหญ่ๆ เป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ประเพณี อย่างประเทศไทย ประกอบกับรัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจมาตั้งแต่แรก ปล่อยให้หมักหมม ถ้ารัฐบาลเข้าไปพัฒนาตั้งแต่ต้น ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิด คนเราถ้ามีการศึกษา มีอะไร มันพูดง่าย ที่พูดกันไม่รู้เรื่องทุกวันนี้เพราะทัศนคติ และการที่เรียนอยู่แต่เฉพาะเรื่องการศาสนาอย่างเดียวจึงมองโลกด้วยโลกทัศน์ แคบ เราละเลยเรื่องการศึกษา ไม่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในแขนงต่างๆ มานาน เราต้องส่งเสริม อย่าปล่อยให้เขาดิ้นรนกันเอง คนที่โลกทัศน์แคบ ตามไม่ทัน จะเป็นปัญหากับเรา เราต้องพยายามให้เขาเจริญ อยู่ดีกินดีเข้าไว้ เขาจะได้ไม่มายุ่งกับเรา แต่เราไปกดให้เขาอยู่ในความล้าหลังมาโดยตลอด ยิ่งล้าหลังก็ยิ่งพูดไม่รู้เรื่อง

“ท่านนบีสอนให้เรายกย่องให้เกียรติมนุษย์ มนุษย์ล้วนเกิดมาจากพระเจ้าทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ ท่านบอกว่าอย่าดูถูกคนศาสนาอื่น แล้วเขาจะดูถูกพระเจ้า มีโองการชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงๆ แล้ว สังคมต้องยอมรับว่า คนมีการศึกษาจะมีความคิดที่กว้างใหญ่”.

สัมภาษณ์โดย คณะทำงานสื่อสารกับสังคม กอส.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s