ม็อบผู้สูงวัย เกษตรกรไทย และไอทีวี

“นัยตาที่ฝ้าฟาง ผิวหนังที่เหี่ยวย่น กิริยาที่เชื่องช้า” ภาพของ “คนชรา” ที่พบเห็นโดยทั่วไป อาจไม่ทำให้เราเหลียวหลังกลับไปมอง หรือเกิดความรู้สึก “อ่อนไหว”…หากแต่ภาพของ “ม็อบเกษตรกรวัยชรา” ที่เดินเปลือยเสื้อชั้นบนอยู่บนถนนร้อนยามบ่าย และภาพ “คุณยาย” จำนวนหนึ่งซึ่งกำลังพยายามปีนรั้วทำเนียบรัฐบาล หวังให้ทางการช่วยแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร คงจะละลาย “หัวใจ” ใครหลายคนลงได้

และแน่นอน…หากเราได้เห็นภาพคุณยายที่หลั่งน้ำตาด้วยความหมดหวังหลังกรงรั้วทำเนียบซึ่งปรากฏอยู่คอลัมน์ช็อตเด็ดโดนใจ ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 7 มีนาคม 2550

1-

6 มีนาคม 2550 ก่อนรุ่งสาง เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ราว 150 คน ที่ใช้เวลา 2-3 สัปดาห์เดินเท้าจากภาคอีสาน ได้มารวมตัวกันที่ริมรั้วทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เรียกร้องให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

กระทั่งเวลา 9.30 น. อันเป็นเวลาของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แกนนำชุมนุมได้เริ่มปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน และขอให้นายกรัฐมนตรีออกมาพบ แต่เมื่อไม่ได้รับความสนใจ หญิงชราจำนวน 6 คน จึงได้ปีนรั้วเข้าไปภายทำเนียบท่ามกลางความยากลำบาก โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำเนียบช่วยประคองข้ามรั้วมาแต่โดยดี และควบคุมตัวกลุ่มหญิงชราดังกล่าวส่งออกกลับไปแกนนำชุมนุมคนหนึ่ง กล่าวถึงเหตุผลในการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือในการปลดหนี้ของกลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายกว่า 700 คน ที่กู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) รวมถึงกลุ่มนายทุน ทั้งนักการเมืองและข้าราชการผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ชะลอการฟ้องร้องบังคับคดีกับกลุ่มเกษตรกรไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการตามมติดังกล่าวแต่อย่างใด ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการยึดทรัพย์สินและที่ดิน

“อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือบ้าง ซึ่งข้อเสนอที่เสนอไปนั้นไม่ได้มากมายอะไร เพียงต้องการให้ดูแลคนแก่ที่ไม่รู้ว่าจะตายวันไหนให้มีความสุขบ้างเท่านั้นเอง” เสียงวิงวอนของเกษตรกรชรา ปรากฏอยู่ในกรอบเล็กๆ ของหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับ…

2-

นี่ไม่ใช่คำวิงวอนแรกและการเดินทางครั้งแรกของเกษตรกรไทยเพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาล

…ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน แทบไม่มีใครไม่รู้จัก “นักประท้วงมาราธอน” พรเพชร เหมือนศรี เกษตรกรหญิงกับควายคู่ใจที่เดินทางกว่า 300 กิโลเมตรจากนครสวรรค์เข้ากรุงเทพฯ มาปักหลักประท้วงเรื่องที่ดินที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้ทางการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวตนและชาวบ้านยากจนอีก 15 ครัวเรือน ที่สูญเสียผืนดินทำกินไปหลังทางราชการประกาศ “เขตสาธารณะ”

ปี 2527-2529 พรเพชร เดินทางเข้าเมืองหลวงมาประท้วงอย่างต่อเนื่องยาวนาน รวมเวลา 3 ปี โดยมียุทธวิธีการประท้วงที่เรียกร้องความสนใจจากสังคมได้มาก เช่น ปีนขึ้นไปนอนค้างที่ยอดมะขามหน้าทำเนียบ ประกาศเผาหุ่นนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งขู่ว่าจะแขวนคอหรือเผาตัวตายจนต้องถูกจับส่งไปอยู่โรงพยาบาลนิติจิตเวชเกือบเดือน และกว่า 20 วันที่ทัณฑสถานหญิง

กว่าครึ่งชีวิตที่พรเพชรใช้ในการต่อสู้เพื่อรักษาผืนดินทำกินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ และเหนืออื่นใดคือการต่อสู้กับความเพิกเฉยต่อการแก้ปัญหาของระบบราชการ เรื่องราวของเธอได้รับการรายงานบนหน้าหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง จวบจนกระทั่งรัฐบาลมีมติแก้ไขปัญหาดังกล่าว พรเพชรจึงเดินทางกลับบ้านไปด้วยความหวัง

ทว่าให้หลังไม่นาน ในปี 2537 ด้วยกระบวนการในทางปฏิบัติที่ผลักภาระให้ชาวบ้านแก้ไขปัญหากันเอง จนนำไปสู่ปัญหาใหม่ พรเพชรได้เดินทางเข้าเมืองมาประท้วงรัฐบาลอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับความสนใจจากทั้งรัฐบาลและสื่อมวลชน ส่งผลให้ในช่วงสิบปีให้หลัง ชีวิตพรเพชร วนเวียนอยู่กับการต่อสู้คดีความตามกระบวนการยุติธรรม

พฤษภาคม 2547 ขณะที่เรื่องราวต่างๆ ยังคาราคาซัง สื่อมวลชนได้รายงานข่าวพรเพชรเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรมปริศนา ทิ้งให้สังคมจดจำเพียงว่า เธอเป็นนักประท้วงมาราธอนที่เคยได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น หากแต่ไม่มีสื่อใดรายงานว่า ผืนดินที่เธอใช้ทั้งชีวิตต่อสู้เพื่อรักษาไว้ ได้กลับคืนสู่ครอบครัวของเธอสมดังเจตนารมณ์หรือไม่…

3-

6 มีนาคม 2550…กว่า 20 ปีที่ พรเพชร เหมือนศรี ลุกขึ้นสู้กับระบบราชการที่เพิกเฉยต่อความทุกข์ของราษฎร กลุ่มเกษตรกร “วัยใกล้ฝั่ง” จากภาคอีสานได้เดินทางด้วย “เท้า” มาถึงทำเนียบรัฐบาล รวมตัวกันริมรั้วทำเนียบรัฐบาล บริเวณที่พรเพชรเคยปักหลักประท้วง และเรียกร้องในเรื่องที่ไม่ต่างจากที่พรเพชรเคยเรียกร้อง

วันเดียวกันนี้ ภายในทำเนียบรัฐบาล กลุ่มพนักงานไอทีวีและกองทัพนักข่าวกว่าร้อยชีวิต ได้มาปักหลักรอฟังมติคณะรัฐมนตรีที่จะชี้ชะตาสถานะของสถานีโทรทัศน์ไอทีวี

ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาแถลงมติการประชุมซึ่งส่งผลให้ไอทีวีต้องยุติการออกอากาศตามสัญญา และกลับคืนสู่การดูแลของ สปน. โดยมีเส้นตายที่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 7 มีนาคม เหล่าพนักงานไอทีวีได้เริ่มปฏิบัติการที่พวกเขาเรียกว่า “ต่อสู้” เพื่อให้สถานีได้ออกอากาศต่อไป ด้วยการไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองการออกอากาศของสถานี และรณรงค์จนเกิดบรรยากาศ “ประชาชนรักไอทีวี” ดังภาพที่ปรากฏในจอไอทีวีตลอดวันตลอดคืน คือบรรยากาศ “อำลาอาลัย” และการเรียกร้องให้สถานีแพร่ภาพต่อไปผ่านเสียงของพนักงานไอทีวีและประชาชนผู้รักไอทีวี

การเคลื่อนไหวดังกล่าวดำเนินมาถึงวันรุ่งขึ้น ศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองให้ไอทีวีแพร่ภาพได้ต่อไป ขณะที่คณะกรรมการกฤษฎีกาประกาศผลการตีความออกมาว่า กรมประชาสัมพันธ์สามารถเข้ามาดูแลไอทีวีได้ ไม่ขัดกับกฎหมาย ส่งผลให้ชาวไอทีวีหลายคนหลั่งน้ำตาด้วยความปรีดี และสถานีโทรทัศน์ไอทีวีได้ดำเนินการแพร่ภาพต่อไปในการดูแลของหน่วยงานรัฐ ภายใต้ชื่อใหม่ “ทีไอทีวี”

หลังจากวันนี้ชื่อ ไอทีวี จะเป็นเพียงตำนาน ไม่มีใครรู้ว่าเจตจำนงในการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์เสรีของไอทีวียังคงดำรงอยู่หรือไม่ แน่นอนว่า…พนักงานไอทีวีได้รับการดูแลจากรัฐบาล ได้ทำงานต่อไป ตามข้อเรียกร้องของพวกเขา

ขณะที่ข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชรา และข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชาวบ้านผู้ยากไร้ที่อาศัยพื้นที่ริมถนนต่อสู้มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี หายไปจากจอรับภาพของสังคมไทย และจอส่งภาพของไอทีวี…

2 thoughts on “ม็อบผู้สูงวัย เกษตรกรไทย และไอทีวี

  1. Hi Petitpor!
    I’m sorry I haven’t written you in a long time. I hope you’re doing well– I can’t read Thai, unfortunately so I don’t know what’s been going on in the last 4 months or so. How are you? How’s life? I still plan on coming to Thailand one day–it would be great to meet you. Right now I’m living in San Diego, California and I’m working for the United Domestic Worker’s Union–I love my job, which involves helping people who are having problems with the county. I like helping people:) Anyway, let me know how you’re doing!

  2. Hi there, Mimi!

    What a nice surprised! I was about to go knocking on your door. :D I’ve been great,of course, with jobs. Good to know that you are happy with what you do, really. : )

    There have been so many things happen in the last 4 months. I wish I could write all about them, but I’m busy to death. It’d be awesome if we can sit and have beer for a long talk. So, please come! I’m looking forward to having you as my guest. Also, I’m looking forward to visiting the state by the end of this year as well : ) even though my destination is on east coast.

    Thanks for stopping by and reminding me I used to have so much fun writing my diary online. I gotta get back to it!

    Take care, Mini!

Comments are closed.