ไต่สวนการตาย กับความหมายของ ‘ยุติธรรม’

นับจากวันที่ 26 ตุลาคม 2547 จนถึงวันนี้ เป็นเวลา 2 ปี 5 เดือน ในที่สุด “คดีไต่สวนการตาย 78 ศพตากใบ” ก็เดินทางมาสู่ห้องพิจารณาคดีเสียที คดีนี้มีความสำคัญมากทั้งในแง่ “ความยุติธรรม” และการชำระ “ความจริง” ที่จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

ทว่าการไต่สวนการตาย 4 นัดแรกมีขึ้นที่ศาลจังหวัดนนทบุรี กลับไม่มีใครให้ความสนใจ ในห้องพิจารณาคดีมีเพียงผู้พิพากษา ผู้แทนผู้ร้อง ทีมทนายญาติผู้ตาย พี่ด๋าว-ผู้สังเกตการณ์จาก ICJ พี่อังคณา+พี่หน่อยและทีมจากคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพที่ผัดเปลี่ยนกันมา และปอ-มือใหม่ในวงการซึ่งตั้งใจจะทำฐานข้อมูลคดีในจังหวัดชายแดนใต้…ไม่มีญาติผู้ตายเดินทางมาฟังการไต่สวน

โทรไปถาม…ชาวบ้านบอกว่า “ไม่มีค่าเดินทางและที่พัก”

4 วันในห้องพิจารณาคดี ปอมีข้อสังเกตประการหนึ่งซึ่งกลายมาเป็นคำถามสำคัญอันไม่รู้ว่าจะไปถามใครดี

ปอไม่มีความรู้ทางกฎหมาย-แต่คิดแบบนี้มัน make sense ใช่ไหมว่า ศาลต้องลงบันทึกทุกสิ่งที่พยานให้การ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ศาลไม่ได้บันทึกทุกอย่างลงไป ซ้ำบางครั้งยังพยายามดัดแปลงข้อความให้การของพยาน (กระบวนการก็คือ พยานพูด-ศาลบันทึกเสียงตัวเองลงเครื่องบันทึกเสียง-ส่งเทปให้เจ้าหน้าที่ศาลเอาไปพิมพ์) และหลายครั้งตัดบททนายที่กำลังซักพยานด้วยคำถามสำคัญ

ทนาย : คำแถลงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บอกว่า 78 ศพตากใบตายเพราะการถือศีลอด ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการใช่ไหมครับ
หมอพรทิพย์ : ใช่ค่ะ คำแถลงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บอกว่า 78 ศพตากใบตายเพราะการถือศีลอด ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
(ศาลนิ่ง ไม่อ่านข้อความของพยานลงเครื่องบันทึกเสียง)
ทนาย : ขอให้ศาลบันทึกคำให้การด้วยครับ
ศาล : เอาที่มันเกี่ยวข้องหน่อย คุณหมอมาให้การเรื่องชันสูตรศพ ถามเรื่องที่เกี่ยวกับศพดีกว่า
ทนาย : นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศพครับ
ศาล : เอาที่มันแบบกลางๆ ดีกว่า อย่าทำให้มันวุ่นวายนักเลย
(ทนายกับศาลโต้เถียงกันสักพัก แล้วจบลงตรงที่ศาลไม่บันทึก)

ทนาย : คุณหมอครับ ใบหน้าของนายมะหะหมัด มีสภาพคางบวม เบี้ยวผิดรูป ซึ่งคุณหมอลงบันทึกรายงานการชันสูตรว่ากรามหัก ลักษณะเช่นนี้สันนิษฐานได้ว่าเกิดจากการกระแทกด้วยของแข็งไม่มีคมอย่างรุนแรงใช่ไหม
หมออรุณี : ใช่ค่ะ
ศาล : และอาจจะเกิดจากผู้ตายเอาหน้าไปกระแทกกับของแข็งเองก็ได้
หมออรุณี : (ดูมึนๆ อึ้งๆ ไปก่อนตอบว่า) ใช่ค่ะ
(พี่ด๋าว พี่หน่อย หัวเราะคิก…ส่วนปอ งงชิบ-คนที่ไหนมันจะเอาหน้าไปฟาดกับอะไรให้กรามหักวะ)

ทนาย : ในวันที่ไปชันสูตรพลิกศพ คุณหมอทราบไหมครับว่า ศพ 78 รายคือผู้ชุมนุมที่หน้า สภอ.ตากใบแล้วถูกขนย้ายมาในรถบรรทุก…
ศาล : (แทรก) เอาคำถามที่มันเกี่ยวกับงานของคุณหมอดีกว่า
ทนาย : นี่เป็นคำถามที่เกี่ยวข้องครับ ถ้าจะกรุณาให้ผมพูดคำถามจนจบประโยค
ศาล : เดี๋ยวมันจะยืดยาวไปไกล เสียเวลา ผมว่าเอาที่มันเกี่ยวกับศพเถอะนะ แล้วก็เอาที่มันเป็นกลางๆ หน่อย
(ศาลทำท่าไม่พอใจ ทีมทนายที่นั่งอยู่ส่ายหน้า ส่งสัญญาณให้ทนายที่กำลังซักพยานหยุด)

คำถามคือว่า…นี่หรือกระบวนการยุติธรรมไทย? มันยุติธรรมตรงไหนฟะ? พี่คนหนึ่งเห็นว่าปอหงุดหงิด งุ่นง่าน ก็บอกให้ใจเย็นๆ “นี่ยังน้อยไปนะ” “หา…มียิ่งกว่านี้อีกเหรอ?” ทนายและพี่ๆ บอกว่า เมื่อการณ์เป็นฉะนี้ ฉะนั้นการเข้าไปร่วมฟังการไต่สวนพยานของศาล จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการ “ถ่วงดุล” และ “ตรวจสอบ” ศาล ที่ประชาชนอย่างเราๆ ทำได้

หลังจากวันนั้นไม่นาน ช่วงวันหยุด 1 วันที่ศาลไม่มีการไต่สวน ปอได้มีโอกาสลงพื้นที่ตากใบเพื่อพาเพื่อนชาวเกาหลีไปถ่ายทำสารคดี ได้เจอชาวบ้านหลายคนที่คุ้นเคยกัน ก๊ะหลายคนถามถึงการไต่สวน บางคนถามว่าปอได้เห็นรูปถ่ายลูกชายของพวกเขาจากเอกสารของศาลบ้างไหม

“ลูกชายก๊ะหล่อใช่ไหม” ก๊ะคนหนึ่งถามด้วยรอยยิ้ม น้ำตาคลอ
“หล่อค่ะ” ปอตอบได้แค่นั้น พยายามยิ้มตอบ…รูปถ่ายจากรายงานชันสูตรที่ปอแอบขอทนายดูยังคงติดตา โดยเฉพาะรูปถ่ายศพที่กรามหัก ฟันหัก เลือดกลบปากรูปนั้น ที่ศาลถามว่า อาจจะเกิดจากผู้ตายเอาหน้าไปกระแทกกับของแข็งเองก็ได้ใช่ไหม…

ปอ : ทนายคะ ปอเขียนในสิ่งที่ศาลไม่ได้บันทึกไว้ แต่พยานได้พูดออกมาจริงๆ ได้ไหม
ทนาย : สิ่งที่ไม่มีในบันทึกการไต่สวนของศาล ทางกฎหมายถือว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น ปอไม่กลัวต้องมาขึ้นศาลเองเหรอ…หุหุ