‘เรือและเรา’ เรื่องราวที่อ่าวบอน

B001

ณ อ่าวบอน หมู่เกาะสุรินทร์

B002

วันที่เรือของพวกเขาจอดสงบนิ่ง

B003

เด็กน้อยมองดูเรือของพ่อแม่

B004

เหมือนเช่นมองดูประวัติศาสตร์

B005

ยายจ๋า

แม่จ๋า

แม่จ๋า

ทำไมเรือของเราจึงไม่ออกจากฝั่ง

ทำไมเรือของเราจึงไม่ออกจากฝั่ง

ยายตอบว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก

ยายตอบว่า ไม่เป็นไรหรอกลูก

แม่บอกว่า เรายังมีความหวัง

แม่บอกว่า เรายังมีความหวัง

บนผืนน้ำและแผ่นดินนี้

บนผืนน้ำและแผ่นดินนี้

ความหวัง ดั่งรอยยิ้มของลูกไง่เล่า

ความหวัง ดั่งรอยยิ้มของลูกไงเล่า

จริงด้วยสิ

จริงด้วยสิ

เราเห็นมันจากรอยยิ้มของแม่เช่นกัน

เราเห็นมันจากรอยยิ้มของแม่เช่นกัน

ถึงแม้

ถึงแม้

สิ่งที่แม่และยายเห็น

สิ่งที่แม่และยายเห็น

คือเรืออีกลำ กำลังลอยมาจอดที่ชายฝั่ง

คือเรืออีกลำ กำลังลอยมาจอดที่ชายฝั่ง

Advertisements

แด่นายพลโบเมี๊ยะ และความฝันในวัยเยาว์ของเราหลายคน

(late) happy new year…ขอสันติสุขจงมีแด่ทุกคนตลอดปี 2550 นี้ : )

มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายสัปดาห์ที่ฉันไม่ได้แวะมาเขียนบันทึกคุยกับตัวเองที่นี่ บางเรื่องก็ผ่านแล้วผ่านเลยไป ในขณะที่บางเรื่องยังคงติดอยู่ในใจจนถึงวันนี้

ข่าวการจากไปของนายพลโบเมี๊ยะ ผู้นำคนสำคัญของ KNU เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา ทำให้ฉันระลึกถึงความทรงจำหนึ่งซึ่งเกือบจะถูกลืมเลือนไปแล้ว…

ฉันกับเพื่อนๆ เรียกมันว่า “Liberty or Death” project.

ตอนปี 3 (จำถูกไหมหนอ?) เรา…เพื่อนๆ ชาว Film กับ MC กลุ่มหนึ่ง (ฉันเป็นนักเรียน JR คนเดียวในโปรเจคนี้) มีโอกาสร่วมงานกับ “ผู้ยิ่งใหญ่” ในวงการภาพยนตร์ไทยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นครูของเราด้วย โปรเจคที่ได้รับทุนสนับสนุนประมาณ 5 ล้านบาท (ซึ่งถือว่ามากในยุคนั้น) จากองค์กรหนึ่งในประเทศอังกฤษนี้ ได้นำพวกเราไปสู่ชายแดนไทย-พม่า เพื่อทำความรู้จักกับโลกของคนกะเหรี่ยง

ช่วงเวลาปีกว่าๆ ที่เราตะลอนๆ อยู่ตามตะเข็บชายแดนไทย-กระเหรี่ยง (หรือ ไทย-พม่า ในความรับรู้ของสากลโลก) เป็นช่วงเวลาที่ “เปลี่ยนโลกทั้งใบ” ของใครหลายคนในทีม สำหรับฉันแล้ว โลกของชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้กลายเป็น “ต้นทุน” ของชีวิตนับแต่บัดนั้นจนถึงวันนี้ แม้ว่าในขวบปีหลังๆ ฉันเกือบจะลืม “ตัวละคร” สำคัญที่อยู่ในฉากชีวิตช่วงนั้นไปแล้ว

บทหนังของเรา เป็นการเล่าเรื่องการต่อสู้ของนายพลโบเมี๊ยะและกองทัพกะเหรี่ยง ผ่านสายตาตัวละครหลัก 2 ตัวที่เป็นเพื่อนรักกัน ชื่อ “เนอดา” และ “หนี่ซู”

……

ในความทรงจำอันเลือนลางของฉัน…

เรื่องเปิดฉากที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงเล็กๆ ที่ถูกทหารพม่าเข้าโจมตี เนอดาและหนี่ซูในวัยเด็ก เป็นสองคนที่มีชีวิตรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์จากการช่วยเหลือของนายพลโบเมี๊ยะในวัยหนุ่ม และได้รับการเลี้ยงดูอุ้มชูจากนายพลโบเมี๊ยะจนเติบโตเป็นสองทหารองครักษ์คู่ใจ

แล้วหนุ่มน้อยที่เป็นเพื่อนรักกันสองคนนี้ก็ตกหลุมรักสาวน้อยคนเดียวกันตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอ เรื่องคงไม่วุ่นวาย หากสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่สายลับพม่าที่พ่อแม่ถูกทหารกะเหรี่ยงฆ่าตายและฝังรอยแค้นไว้ในส่วนลึกของหัวใจเธอมาตลอดชีวิต จำไม่ได้แน่นอน แต่คล้ายๆ ว่าเธอชื่อ “ลีตา”

เวลาผ่านไป หนุ่มสาว 3 คนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ลีตานั้นรักเนอดา แต่เนอดาผู้เงียบขรึมกว่าเลือกเพื่อน เขาซ่อนความรักเอาไว้ในใจและหลีกทางให้หนี่ซู ในที่สุดลีตาก็ได้แต่งงานกับหนี่ซู ด้วยเหตุผลลึกๆ ว่า หนี่ซูดูเหมือนจะหัวอ่อนกว่า น่าจะช่วยให้เธอปฏิบัติการสายลับได้ง่าย

“มาเนอปลอว์” เมืองหลวงแห่งสุดท้ายของรัฐชาติกะเหรี่ยงถูกกองทัพพม่าโจมตีหนักขึ้น ขณะที่หนี่ซูพลั้งเผลอไปกับกลลวงของลีตา เขาส่งข้อมูลทางกองทัพให้ทหารพม่าโดยไม่เจตนาหลายครั้ง บ่ายวันอันร้อนรุ่ม ลีตากับเนอดามีโอกาสเปิดใจต่อกันและมีความสัมพันธ์กันอย่างสุดห้ามใจ แม้นั่นจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งในแผนสายลับของลีตา แต่เรื่องราวของเธอกับเนอดาก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไปและทำให้ความสัมพันธ์ของเพื่อนสองคนที่รักกันมานานขาดสะบั้นลง

ลีตาเลือกที่จะออกไปอยู่คนเดียว หนี่ซูกลายเป็นคนสำมะเลเทเมาและกลายเป็นสายให้พม่าโดยไม่รู้ตัว ขณะที่เนอดากลายเป็นกำลังหลักให้กองทัพกะเหรี่ยงของนายพลโบเมี๊ยะ

มาเนอปลอว์ในอ้อมกอดของภูเขาและสายน้ำที่ทหารพม่าไม่เคยเข้ามาถึง เริ่มไม่เป็นที่ที่ปลอดภัยของชาวกระเหรี่ยงอีกต่อไป และแล้วหนี่ซูก็รู้สึกตัวว่าเขาเป็นมือหนึ่งซึ่งทำลายมาเนอปลอว์ เขาหนีตายจากวงล้อมของสายลับพม่าที่พยายามหว่านล้อมให้เขาทรยศต่อแผ่นดิน ในเวลาไล่เลี่ยกัน กองกำลังของเนอดาเข้าจับกุมลีตาขณะที่เธอกำลังปฏิบัติการส่งข่าว

ความรู้สึกของผู้ชายที่ค้นพบว่าหญิงสาวที่ตนรักและไว้ใจเป็นสายลับซึ่งพยายามทำลายรัฐชาติที่ตนพยายามปกป้องด้วยชีวิตนั้นเป็นเช่นไร…คงไม่ต้องพูดถึง

ท่ามกลางประจักษ์พยานมากมาย ในวินาทีที่เนอดาต้องตัดสินใจประหารชีวิตหญิงสาวที่ตนรักอย่างสุดหัวใจ หนี่ซูแหวกฝูงชนเข้ามา เขาหยิบปืนจากมือของเนอดาที่กำลังน้ำตาไหล ลั่นไกใส่ลีตา…ด้วยน้ำตา และด้วยหัวใจที่แหลกสลายไม่ต่างกัน

ในยามสงคราม เพื่อนรักทั้งสองไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน ทว่าเพียงพอที่หนี่ซูจะบอกเนอดาว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นลีตาพยายามปกป้องเนอดาไว้ด้วยการเลือกใช้เขาแทนที่จะเป็นเนอดา และเขาก็เพิ่งจะรู้ว่า เนอดาก็พยายามปกป้องเขาจากความจริงอันแสนเจ็บปวดบางอย่างมาตลอดเช่นกัน

ในที่สุด มาเนอปลอว์ก็แตกพ่าย นายพลโบเมี๊ยะเลือกที่จะเผาเมืองของตัวเองแทนที่จะยอมให้มันอยู่ในการปกครองของทหารพม่า แล้วสั่งให้ชาวเมืองกะเหรี่ยงหนีตายอพยพข้ามฝั่งมาที่ประเทศไทย

ด้วยน้ำมือของทหารพม่าสนธิกำลังกับ “กะเหรี่ยงพุทธ DKBA” ชาวกะเหรี่ยงคนแล้วคนเล่าถูกยิงตายขณะพยายามข้ามแม่น้ำสาละวิน เนอดากับหนี่ซูคุ้มครองนายพลโบเมี๊ยะที่ได้รับบาดเจ็บและถูกติดตามจากมือล่าสังหารพม่ามาจนถึงกลางน้ำ ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย หนี่ซูช่วยให้เพื่อนรักและผู้เปรียบเสมือนเจ้าชีวิตของตัวเองหนีข้ามฝั่งสาละวินอย่างปลอดภัย

ริมฝั่ง บนแผ่นดินไทย เนอดามองภาพเพื่อนรักตายต่อหน้าต่อตา ขณะไฟที่กำลังเผามาเนอปลอว์ทาสีท้องฟ้าเหนือแผ่นดินกะเหรี่ยงจนแดงฉาน ไม่ต่างจากสีน้ำสาละวิน…แล้วมาเนอปลอว์ก็กลายเป็นเพียงตำนานนับจากนั้น

……

ในความทรงจำที่ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น…

นายพลโบเมี๊ยะคือลุงตัวกลมใจดีที่คุยกับเราเหมือนลูกหลาน (เพื่อนๆ แซวว่าฉันหน้าเหมือนกะเหรี่ยง ซึ่งออกจะน่าภูมิใจ เพราะสาวกะเหรี่ยงที่ฉันเจอนั้นสวยทุกราย ^^) เราคุยกับเขาหลายครั้งที่ชายแดนไทย จนเขาไว้ใจและให้ “เนอดา” ลูกชายแท้ๆ (ผู้ซึ่งเราหยิบยืมชื่อมาเป็นตัวละคร) พาเราข้ามฝั่งแม่น้ำไปยังฐานทัพที่แข็งแรงที่สุดของกะเหรี่ยงพลัดถิ่น (ชื่อกองพลอะไรสักอย่าง และคลับคล้ายว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามท่าสองยาง) ในวันชาติกะเหรี่ยง

ที่นั่น…วันนั้นเอง เราได้พูดคุยกับลุงทหารนัยตาเศร้าคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เราร้องไห้กับเรื่องราวที่เขาถ่ายทอดให้ฟัง…และท้ายที่สุดแล้ว เราได้นำเรื่องราวของเขา เพื่อนรัก และคนรักของเขา มาเขียนเป็นบทหนังชื่อว่า Liberty or Death

แน่นอนว่า…เรารักบทหนังเรื่องนี้มาก และฝันที่จะเห็นมันมีชีวิตอยู่บนแผ่นฟิล์ม แต่ความฝันนั้นพังทลายลงไปไม่ต่างจากการล่มสลายของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับ “ครู”…พร้อมๆ กับความผิดหวังเสียใจ เราได้เรียนรู้ว่า ยิ่งเติบโต ชีวิตก็ยิ่งไม่ง่าย และสิ่งที่เรียกว่า “ความฝัน” นั้นก็ยิ่งเลื่อนลอยห่างไกลไปจากมือที่เติบใหญ่ของเรามากขึ้นทุกที

วันนี้ เพื่อนๆ ของฉันหลายคนอยูในวงการหนังเมืองไทย บางคนกลายเป็นผู้กำกับหนัง ทั้งหนังจอใหญ่และหนังโฆษณา ขณะที่บางคนยังค้นหา “ที่ทาง” ของตัวเองไม่เจอ ส่วนฉัน ผู้ซึ่งทำอะไรได้หลายอย่างแต่ไม่ดีสักอย่าง (แบบเป็ดๆ) ได้แต่นอนกอดบางความฝันเอาไว้ และพยายามบอกตัวเองว่า จงประนีประนอมกับโลกและความจริงบ้าง เพื่อรักษาลมหายใจของตัวเองไว้ สำหรับมีชีวิตและฝันต่อไป

live in peace…แด่นายพลโบเมี๊ยะและความฝันในวัยเยาว์ของเราหลายคน…

another sad story

“Pang Kaoyai”…1 month baby elephant was found lonely and sick in Kao Yai National Park area. He had been finding his mommy for many hours, we guessed. He could hardly walk ,when Kao Yai officers found him, he got very weak body and tearful eyes.

The veterinarian team had tried to safe his life by doing everything they could. At the same time, another team had tried to find his mommy. They recorded Pang Kaoyai’s voice and followed the track of groups of elephant giving them the voice of the baby elephant. But there was no mommy elephant responded Pang Kaoyai’s voice. The mommy was still missing…

A week went by..many days and nights wore on.The veterinarian had done the best so far. But finally…little Pang Kaoyai fell asleep forever…

It had been hours after Pang Kaoyai had gone, the rescue team found Pang Kaoyai’s mommy as she was walking alone with tears in her eyes.. She was finding her baby without knowing that her baby wasn’t in this world anymore…

The baby elephant is going back to where he is from. But his mommy will be finding him for the rest of her life…

And I’m crying again…

just a sad story

Benji, my beloved dog has just left me forever. She died alone in the hospital. I hate myself..as I should have brought her home since the last day I saw her when she tried to tell me to bring her home.

Not many people understand how little thing is mean to me. They think it’s just a dead dog story.

I hope she has gone to the heaven. They say every dog goes to the heaven becuase the dog never hurt the world. If there was any dog go to hell, all human in our world would go to hell as well. We all are full of sin.

I’m crying for the first time of the year.

Rest in pece, Benji. I will see you in the next world where we won’t seperate again.

I love you.